แค่ของหน้าตาธรรมดาๆ แต่ถ้าเราเพิ่มคุณค่าในแต่ละรายละเอียดลงไป
ก็กลายเป็นของที่ดูพิเศษขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
เหมือนอย่างสก็อตเทปที่เราตั้งติดโต๊ะทำงาน
หรือโต๊ะเขียนหนังสือกันจนเคยชิน
จะเรียกใช้ก็ต่อเมื่ออยากจะติดอะไรสักอย่าง
หรือมีกระดาษสักแห่งชำรุด นั่นล่ะ
เจ้าสก็อตเทปใสถึงจะได้แจ้งเกิดสักที
แต่แล้วบริษัท Kamoi Kakoshi บริษัทผู้ผลิตเทปกาว ก็ผลิต mt Masking Tape สีสันสดใสหวานใจสาวๆ ขึ้นมา ฉับพลันเลยกลายเป็นของฮิตไปโดยปริยาย
(ฮิตขนาดที่สามารถออกหนังสือสำหรับสอนการเอาเจ้า mt Masking Tape ไปประดิษฐ์ตกแต่ง
ว่าเอาไปทำอะไรได้บ้าง แถมยังไปขึ้นชาร์ตสินค้าขายดีอันดับ 1 ที่ร้าน I think so ถึงเกาหลีอีกด้วย)
ความพิเศษของ mt Masking Tape คือความยืดหยุ่น
ซึ่งทำจากตัวยางพิเศษ เวลาติดบนกระดาษก็สามารถลอกออกได้
โดยไม่ทำให้กระดาษขาด เพราะตัวเทปมีความเหนียวกำลังดี
แถมยังมีสีสันสดใสหลายโทนให้เลือกตามรสนิยมของผู้ใช้
เป็นสาวหวานก็เลือกโทนพาสเทล นิยมเท่ก็มีโทนขรึมให้ใช้
หรือจะเป็นคอลเล็กชันลวดลายกราฟิกเพื่อเอามาใช้ติดตกแต่งก็น่ารัก
มีจัดแพ็กแบ่งขายตามความต้องการของผู้ใช้
ทั้งแบบแพ็กคู่ แพ็กคี่ แพ็กสิบ แพ็กเซต ฯลฯ
เวลาที่ไปตามร้านเครื่องเขียนที่โตเกียวก็ไม่ต้องแปลกใจแล้วว่า
"ทำไมสก๊อตเทปม้วนกลมๆ ที่วางเรียงตัวกันบนชั้นธรรมดาๆ
ถึงได้ยั่วยวนใจเรานักนะ…"
ปล. ตลกดีที่เรารู้จัก mt Masking Tape ครั้งแรกจากที่เกาหลี
แล้วก็ซื้อมาด้วยความเข้าใจว่าเป็นของร้าน i think so นะเนี่ย
พอไปญี่ปุ่นถึงได้รู้ว่ามันฟีเวอร์ขนาดไหน แต่ก็ไมไ่ด้ซื้อกลับมาแล้วล่ะ
เพราะว่ามันแอบแพงเหมือนกันนะ เอาเป็นว่าค่าเงินลงเมื่อไรค่อยว่ากัน
ปลล. เรื่อง mt น้ีเป็นบางส่วนจากคอลัมน์ guggig guide ใน Knock Knock! Tokyo issue
รออ่านกันนะ นะจ๊ะ มีชวนพี่หมู อัญชลีจาก โตเกียว โตเกียว มาช่วยอัพเดตโตเกียว
กับเรื่องราวฮิปๆ ในรอบปีนี้ด้วย กำลังเร่งทำกันสุดฝีมือเลย ฟู่….
อยากให้เสร็จไวไวจังเลยน้า
ทำเองอยากอ่านเอง หะหะ

จนถึงวันสัมภาษณ์นั่นล่ะ พอได้เจอกับคุณ Junko Wong ตัวจริงถึงได้รู้ว่าเขาเป็นระดับประธาน
และเป็นคนที่คิดจะเอาตุ๊กตาไบลธท์มาผลิตอีกครั้ง
หลังจากที่เขาได้เห็นภาพถ่ายเจ้าไบลธท์จากฝีมือ Gina Garan
และจัดแสดงผลงานภาพภ่ายให้เธอ
ก็เริ่มติดต่อขอลิขสิทธิ์และเริ่มแกะแบบออกมาผลิตอีกครั้ง
จากตอนแรกที่น้องไบลธท์ต้องทนทุกข์กับการเปิดตัวมาได้แค่ปีเดียว
ก็ต้องไปนอนเศร้าในโรงงานเท่านั้น
เพราะอาการหัวโต และลูกกะตาเปลี่ยนสีปิ๊งๆ ได้
ทำเอากลุ่มทาร์เกตเด็กหญิง 1 ขวบ
หวาดผวาไปตามๆ กัน
เหมือนอย่างที่ Junko Wong บอกกับเราว่า
"Blythe dolls น่ะไม่ได้เป็นของเล่น ไม่ได้เป็นตุ๊กตา
แต่เป็นของสะสมและช่วยต่อเติมจิตนาการของหญิงสาว"
และทุกครั้งที่เราคุยกับ Junko Wong จะเห็นเลยว่าดวงตาเธอจะปิ๊งๆ
มีประกายความสุขที่พูดถึงน้องไบลธท์ เห็นถึงความรักตุ๊กตาแต่ละตัวของเธอจริงๆ
นั่นล่ะที่เราถูกชักจูงด้วยดวงตาปิ๊งๆ คู่นั้น
และเริ่มเห็นว่ามันก็น่ารักดีน้าาาาาา แฮะๆ

ข้างในร้านจะมีแกลอรี่จัดนิทรรศการ ปีละ 2-3 ครั้ง
ตอนน้กำลังโชว์ตุ๊กตาไบลธท์ที่ผ่านการcustomจากดีไซเนอร์ต่างๆ
บางตัวเขาเจาะริมฝีปาก เห็นฟันด้วย น่าทึ่งมาก ว่ามีฟันได้ไง

ตรงนี้เป็นส่วนซาลอน เอาน้องไปทำผมได้ แต่ต้องไปจองไว้ก่อน
จะพาเดินไปมั่วๆ ไม่ได้นา ต้องไปลงคิวแล้วก็เลือกทรงผม
ค่อยพาน้องมาทำผมได้อีกที อยากประดับอะไรเพิ่มก็ได้คิดราคาตามจริง
ค่าทำผมไม่แพง 500 เยนเอง มีผ้าคลุม มีเก้าอี้ให้นั่งเหมือนคนเป๊ะเลย

ตัวนี้จะออกกลางเดือนพ.ย อยากได้ๆ น่ารักจังเลยยย

ส่วนตัวน้ออกต้อนรับปีใหม่ เป็นคอลเล็กชันพิเศษที่เชิญ Q-POT มาร่วมออกแบบด้วย

ถ่ายกับ Junko Wong เป็นผู้หญิงมีอายุที่สวยมากๆ เลยล่ะ
หน้ายังตึงเป๊ะเลย แต่งตัวก็เก๋มาก เธอเป็นลูกครึ่งหลายชาติเลย
หน้าตาก็เลยเก่ไก๋แบบนี้เอง
ปล. ลืมบอกไปว่าเราเข้าสู่วงการไบลธท์จิ๋วนะ กุ๊กกิ๊กน่ารักดี ตอนนี้มี 3 ตัวล่ะ
กำลังรอการมาของเจ้าหัวกบ ใครนะสัญญาไว้ กิกิ
]]>

เราควรจะดีใจหรือเศร้าใจดี
ที่อยู่ๆ วันน้ีเวบก็โดนแฮกจากแฮกเกอร์ที่ไหนก็ไม่รู้บนโลกใบนี้
ไมไ่ด้เชี่ยวชาญเรื่องไอทีมาแต่ไหนแต่ไร
เคยได้ยินเรื่องแฮกเกอร์มาแบบไกลๆ
ใครจะคิดว่าอยู่ๆ ก็มาโดนเอง
ทั้งๆ ที่เวบลักกี้เราก็ออกจะสดใสไม่ทำร้ายใคร
(เหตุผลนี้คงไม่เกี่ยวกับการโดนแฮกสักเท่าไร)
โปรแกรมเมอร์เลยต้องทำงานหนักเพื่อกอบกู้
เอาใจช่วยเขาด้วยจ้ะ
คุณล๋งเล่าว่า แฮกเกอร์รายนี้ที่คาดว่าจะไม่ใช่คนไทย
แค่ต้องการจะขู่และอยากประกาศศักดากับเราเท่านั้น
จริงๆ เมลมาบอกกันก่อนก็ได้ ยังไงก็ยกย่องให้ได้อยู่แล้วล่ะนา
ไม่เห็นต้องมานั่งเสียเวลามาแฮกเล้ย
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะได้อะไรจากตรงนี้
ยังดีที่เขาไม่เข้ามาทำลายข้อมูลและทำโทรจันเวบลักกี้
(โทรจันคืออะไรก็ไม่รู้ล่ะ เป็นศัพท์เทคนิคที่คุณล๋งใช้)
ยังไงก็ตาม อย่าทำอะไรกับลักกี้ของเราเลยนะค๊าาา
กลัวแล้วจ้า…
รู้ไหมว่ากว่าจะทำเสร็จน่ะนานแค่ไหนฮ่าาาาา
เอางี่ไหม เดี๋ยวเราส่งกระเป๋าลักกี้ไปให้เป็นการขอบคุณ :p
เอาใจช่วยคุณล๋งของเราด้วย
]]>
เนื้อหา เกาหลี กุ๊กกิ๊ก ไกด์เล่มนี้ออกจะต่างจากญี่ปุ่นสักหน่อย
เป็นเกาหลีที่เน้นเที่ยวๆ ช้อปๆ กินๆ
ในย่านที่ทั้งฮิตและไม่ฮิต แต่มีอะไรดีๆ ที่ห้ามพลาด
คราวนี้มีแผนที่สำหรับย่านช้อปปิ้งด้วย
มีแนะนำร้านที่เราชอบ และเพลิดเพลิน
ไปเกาหลีกี่ครั้งก็มีอะไรให้เราดูใหม่ๆ เสมอ
ขอบคุณมากๆ ถึงมากที่สุดเลยนะ น้องแอม, พี่ป่าน และน้องหมี
เพราะสามคนนี้ล่ะถึงเป็นเกาหลี กุ๊กกิ๊ก ไกด์ ที่น่ารักและรักม้ากมาก
ขอบคุณจ้ะ…

หน้าปกแบบไม่ห่อหุ้ม
รูปนี้ถ่ายที่ร้าน the bling แถวมหาลัยฮงอิก เป็นร้านที่ไม่เคยพลาดสักครั้งที่ไปเลยล่ะ
ร้านแคบๆ เล็กๆ แต่ของน่ารักกกกกก
]]>




และตอนนี้ก็กำลังปั่น เกาหลี กุ๊กกิ๊กกไกด์ออกมา
ให้ทันงานหนังสือเดือนตุลานี้
ก็ยังคงต้อง เอ้า…ฮึบกันต่อไปจ้ะ
ไว้จะเอาปกมาให้ดูกันนะ
กำลังเลือกกันอยู่
ชอบมากๆ เลยล่ะ
ปล.ถ้าช่วงนี้เห็นว่าโทรมไปก็ไม่ต้องแปลกใจ
เพราะกลับจากที่ทำงานก็ไปทำสองงานส่วนตัวนี้ต่อ
เหนื่อยแต่ก็สนุกและมีความสุขมากเลยนะ
]]>
แม้จะยังอยู่ในขั้นตอนการผลิตเวบให้ได้อย่างที่เราออกแบบไว้
ซึ่งคุณล๋งบอกว่าต้องใช้ความอดทนพอสมควร
เพราะคนออกแบบเวบไม่เป็นอย่างเรามาออกแบบก็เลยเป็นเช่นนี้แล
แฮะๆ ขอโทษด้วยที่ทำให้ยุ่งยากจ้ะ
ส่วนเสื้อผ้าก็กำลังผลิตกันอยู่เช่นกัน
ใกล้จะเสร็จหมดแล้ว ก็เหลือเอาไปถ่ายแคตาล็อกล่ะนะ
เป็นอะไรที่ค่อยๆ ทำจริงๆ
ค่อยๆ ไปเรื่อยๆ แต่สนุกมาก ตื่นเต้นที่จะเห็นวันที่เสร็จเร็วๆ
ตั้งใจไว้ว่าจะให้ทันวันที่ 13 กันยานี้นะ
เอาใจช่วยด้วยจ้ะ…
ตอนนี้เลยเอาของกระจุกกระจิกที่ออกแบบไว้
สำหรับลูกค้าทุกคนมาให้ดูกันก่อน
รูปแรกที่ลงไว้เป็นแพ็กเกจกระดาษสำหรับห่อเสื้อผ้านะ

อันนี้จะเป็นสติ๊กเกอร์เอาไว้ติดอีกที
มีทั้งแบบทีเป็นโลโก้ กับเอาไว้เขียนข้อความต่างๆ ได้
อ๋อมีสำหรับที่เป็นเหมือนนามบัตรไว้ด้วย ^-^

ส่วนอันนี้เป็นป้ายยี่ห้อ กับป้ายไซส์
มี s m l และฟรีไซส์ก็เป็นเบอร์ 13th นั่นเอง
ไว้จะเอาเสื้อผ้าที่เสร็จแล้วมาอัพเดตกันอีกทีจ้ะ
เอ้า…ฮึบ กันอีกรอบ
]]>
lucky 13th
อ่านว่า ลักกี้ เธอร์ทีน
ลักกี้ เธอร์ทีน เป็นเลขลักกี้ ที่เราอยากให้ลักกี้กับคนอื่นด้วย
…
lucky 13th
คือชื่อแบรนด์เสื้อผ้าที่ทำขายในเน็ตของเราเอง
ตอนนี้กำลังก่อร่างสร้างกันอยู่
จริงๆ เป็นความฝันและก็ตั้งใจอยากจะทำมานานมาก
ฝันจนปรับเปลี่ยนรูปร่างความฝันไปต่างๆ นานา
แต่ก็ไม่เป็นจริงเป็นจัง เหมือนเป็นความฝันที่แค่อยากจะฝันถึงเฉยๆ…
แล้วทำไมไม่รู้ก็ลงมือทำซะเลย
ทำเองง่ายๆ ชอบอะไรก็ทำแบบนั้น
กำลังสนุกและมีความสุขที่ค่อยๆ ได้เห็นมันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ
ชอบตอนไปเดินซื้อผ้า เลือกกระดุม แค่ตะขอหรือด้ายเย็บก็ต้องเลือกให้ชอบทั้งหมด
ยิ่งเวลาเห้นแบบสเก็ตในสมุดออกมาเป็นแพทเทิร์น
ออกมาเป็นชุดตัวอย่าง ก่อนจะเย็บจริงออกมาแค่ไม่กี่ชุดต่อแบบ
ทั้งๆ ที่ยังไม่เริ่มขาย และก็ไม่รู้ว่าจะมีคนชอบแบบที่เราชอบไหม
จะขายได้รึเปล่าก็ไม่รู้
แต่ก็มีความสุขแล้วที่ได้ทำ…
…
ขอบคุณพี่แจนกับคุณล๋งม้ากมาก
ที่อดทนกับความเรื่องมากของเราในทุกเรื่องจนมันใกล้จะเป็น lucky13th
ขอบคุณพตด้วยเช่นกันกับชื่อน่ารัก(กี้)

]]>
“เธอคิดว่าร้านนี้น่ารักมากๆ เลยใช่ไหม? “
“ใช่จ้ะ ฉันก็คิดอย่างนั้นแหละ…”
เสียงตอบโต้ในใจของเราตอนค่อยๆ ก้าวลงบันไดเล็กๆ
ที่ซ่อนตัวอยู่ริมถนนตรงข้ามมหาวิทยาลัยฮงอิกลงไป
จนเจอกับร้านชั้นใต้ดินที่กินพื้นที่กว้างอย่างไม่น่าเชื่อ
พื้นปูนเปลือย โต๊ะไม้ และชั้นวางของอีกนับสิบ
รวมกับแสงไฟวอล์มไลท์ และดิสเพลย์โชว์ของแบบไม่ตั้งใจแต่จงใจ
ดูแล้วกุ๊กกิ๊กปนเท่จี๊ดๆ ในใจเข้าทันที
ดูเหมือนว่าเมื่อเราเจอสิ่งเร้าในรูปแบบนี้แล้ว
ยากที่จะอดใจให้เดินเลยผ่านไปได้ไหว
I think so เป็นไลฟ์สไตล์ สโตร์ ที่ใส่ใจในสิ่งของรอบๆ ตัวเรากับชีวิตประจำวัน
รวมไปถึงไม่ละเลยที่จะใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมด้วย
ข้าวของที่เห็นส่วนใหญ่ในร้านเลยจะอิงกับวัสดุที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
อย่างสมุดกระดาษรีไซเคิล รวมถึงอยากให้เราได้มีช่วงเวลาดีๆ ในแต่ละวัน
หรือแม้แต่ในวันพักผ่อนก็อยากที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ
เพื่อเปลี่ยนแปลงเรื่องราวรอบตัว
ทั้งร้านเต็มไปด้วยของกระจุกกระจิกเล็กน้อย
ที่พร้อมให้เราเอาไปประดิษฐ์ต่อได้แบบง่ายๆ อย่างถุงกระดาษใส่ของหน้าตาธรรมดา
แต่แค่เราพร้อมที่จะวาดรูปหรือหาอะไรติดตกแต่งลงไป
ก่อนจะใส่ของแล้วส่งต่อให้ใครสักคน
ถุงกระดาษใบนั้นก็กลายเป็นถุงพิเศษที่มีเพียงใบเดียวได้แล้ว
หรือกระเป๋าผ้าสักใบ ที่เขาจะมีวัสดุตกแต่งต่างๆ
ให้เราเลือกไปอะแด๊ปตามความชอบ และสไตล์ของเรา
ดีไซน์ที่ไม่จำกัดรูปแบบเฉพาะ ก็สร้างเอกลักษณ์ได้ง่ายๆ แล้ว
เดินถัดเข้ามาถึงโซนแกลอรี่เล็กๆ ตอนที่เราไปเขามีจัดนิทรรศการ
เกี่ยวกับกระดาษซึ่งจัดเป็นครั้งแรก ที่เกิดจากจิตสำนึกดีๆ
ว่าดีไซเนอร์ก็ควรจะมีส่วนร่วมและรับผิดชอบกับสิ่งที่ออกแบบ
หรือแม้วัสดุที่เลือกมาใช้ เพื่อให้ไม่ไปทำลายสิ่งแวดล้อมได้มากที่สุด
แม้พื้นที่แกลอรี่จะเล็กแต่เขาใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละมุมที่ตั้งใจจะบอกเล่ากับเรา
มีกิจกรรมง่ายๆ อย่างการใช้กระดาษจากแมกาซีนมาพับเป็นกระเป๋าสตางค์
หรือเสื้อยืดที่สามารถเพิ่มลดขนาดได้ด้วยการเลื่อนกระดุม
เพื่อสามารถใส่กันได้หลายๆ คน ก็ดึงดูดความสนใจของคนที่เดินผ่านเข้ามาในนี้ได้ดี
คุยกับคนเฝ้าแกลอรี่ เขาว่าจะมีกิจกรรมหมุนเวียนไปเรื่อยๆ
น่าติดตามว่ากิจกรรมต่อๆ ไปของเขาจะเป็นอะไร
จะบอกเล่าให้เราสนใจและใส่ใจกับตัวเอง และสิ่งแวดล้อมในเรื่องราวแบบไหน
แล้วเราจะหยุดคิดเพื่อบอกกับเขาไหม ว่า
“ฉันก็คิดแบบเดียวกับเธอล่ะจ้ะ I think so จ๋า”







ส่วนหนึ่งจาก เกาหลี กุ๊กกิ๊กไกด์ ค่ะ
ตุลานี้รออ่านด้วยนะจ๊ะ…
]]>
สะดุดตากับตึกเอาต์เลตชอปของ Ann Demeulemeester
ดีไซเนอร์เบลเยียมคนนี้เข้าแถวๆ Kungnam-Gu เกาหลี
หลังจากเดินหลงอีกตามเคย
ตัวตึกแข็งแรงด้วยสี่เหลี่ยมหนาตันเขียวครึ้ม
แต่ถ้าสังเกตให้ดี จะเห็นว่า…
สีเขียวครึ้มเข้มนั้น คือ ที่อยู่ของไม้ประดับที่ปลูกเรียงตัวไปตามกำแพง
ก่อนจะล้อตัดกันด้วยสีแดงของดิสเพลย์หน้าร้าน
กับเสื้อผ้าโทนขาว เทา ดำ และพื้นไม้ขัดเงา
ที่ให้บรรยากาศเหมือนกำลังเข้าแคตวอล์กของอลิสในดินแดนมหัศจรรย์

ดิสเพลย์หน้าร้าน

สีเขียวท่ามกลางสายไฟ